Inspiration

โชคร้ายอีกครั้งสำหรับคอหนังของบ้านเรา หลังมีรายงานว่าภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ "เจ้ย - อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล" อย่าง "แสงศตวรรษ" ที่เพิ่งจะไปคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลหนังเอเชียโดวิลล์ ประเทศฝรั่งเศส และรางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม จาก Asian Film Awards ประเทศฮ่องกงซึ่งมีกำหนดจะเข้าฉายในบ้านเราในวันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายนนี้ ได้ถูกประกาศงดฉายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้สาเหตุของการประกาศงดฉายภาพยนตร์เรื่องที่ว่ามาจากการที่ตัวหนังเองไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ โดยมีเงื่อนไขให้ฉายหนังเรื่องนี้ได้ก็ต่อเมื่อต้องตัดฉากบางฉากออกไป (4 ฉาก) ขณะที่ตัวผู้กำกับฯ เองก็ยืนยันแล้วว่าจะไม่มีการหั่นหนังเรื่องนี้เป็นอันขาด

โดยเจ้ยได้ชี้แจงถึงเหตุผลของการที่ไม่ยอมตัดฉากบางส่วนที่ไม่ผ่านการพิจารณาระหว่างเดินทางโปรโมตภาพยนตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ตนเองรู้สึกเสียใจที่หนังไม่มีโอกาสได้เข้าฉายในประเทศไทยแต่คงจะยิ่งเสียใจกว่านั้นหากหนังเรื่องนี้ได้เข้าฉายโดยเนื้อหาบางส่วนถูกตัดออกไป

"ในฐานะนักทำหนังคนหนึ่ง ผมปฏิบัติกับหนังของผมประดุจลูกชายและลูกสาว เมื่อผมให้กำเนิดเขา พวกเขาก็มีชีวิตเป็นของตนเอง ผมไม่ใส่ใจว่าผู้คนจะรักหรือเกลียดลูกของผม ตราบใดที่ผมสร้างเขาขึ้นมาด้วยความตั้งใจและความพยายามอย่างสูงสุด ถ้าลูกๆ ของผมไม่สามารถอาศัยอยู่ในประเทศของเขาเองไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระเถิด"

"มันยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นในแบบอย่างที่เขาเป็น มันไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องทำให้พวกเขาพิกลพิการจากระบบแห่งความกลัวหรือความละโมบ มิฉะนั้นแล้วมันก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่คนสักคนหนึ่งจะสร้างงานศิลปะต่อไป"

ขอเชิญร่วมลงชื่อ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรฐานระบบการเซ็นเซอร์ไทย โดยมีภาพยนตร์เรื่อง แสงศตวรรษ เป็นกรณีศึกษา ได้ที่เว็บ http://thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=3130


แหล่งที่มา: http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9500000042073

ช่วงนี้กำลังคลั่งภาพถ่าย Lomo อย่างแรง จากที่เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วก็เคยบ้า Lomo มาทีหนึ่งแล้ว แต่เนื่องจากทุนทรัพย์น้อย จึงทำให้ไม่สามารถซื้อกล้อง Lomo มาใช้ได้ แต่ความบ้าคลั่งครั้งใหม่นี้ที่เกิดขึ้นเกิดจากการได้รู้ว่ากล้องที่แถมมาจาก Dove หรือวาสลีน ก็สามารถถ่ายรูปแบบ Lomo ได้เหมือนกันและยังสามารถถ่ายรูปใต้น้ำได้อีกด้วย การตามล่าหากล้องของแถมจึงเกิดขึ้น และในที่สุดก็ได้มาแย้ววว 555 โดยได้ถูกค้นพบที่ร้านวัตสัน สาขาเยาวราช ซึ่งตอนนี้เหลืออีกเพียงตัวเดียวเท่านั้น และด้วยความอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับกล้อง Lomo จึงหาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของมันซึ่งก็มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เชิญรับชม รับฟังและอ่านได้ ณ บัดnow


The Sunrise of Lomography

เรื่องราวทั้งหมดของ lomography เกิดขึ้นวันหนึ่ง ณ เมือง St. Petersburg ในปี 2525 (1982)

นายพล อีกอร์ เปรโตรวิช คอร์นิสกี้, มือขวาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและอุตสาหกรรมของ รัสเซีย ได้นำเอากล้องญี่ปุ่นตัวหนึ่งชื่อว่า Cosina CX-1,CX-2 มาให้กับสหายในพรรคคอมมิวนิสต์ ชื่อว่า นาย มิเชล พาฟิโลวิช พาฟิลอฟ นาย พาฟิลอฟ ซึ่งเป็นหัวหน้าใหญ่ของโรงงาน lomo ที่ผลิต len และ อาวุธของรัสเซีย ทำการตรวจสอบกล้อง cosina นี้อย่างละเอียด แล้วพบว่า มันประกอบไปด้วย len ที่ไวแสงและคมชัด กับบอดี้ที่ทนทานแข็งแรง เขาทั้งสองท่านนี้ได้เห็นประโยชน์และความสำคัญของกล้องเล็กๆ ประเภทนี้ จึงได้สั่งให้ก๊อปปี้และพัฒนาในเรื่องของ design และผลิตออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อความพึงพอใจ ของความรุ่งโรจน์ทางคอมมิวนิสต์ในขณะนั้น มันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ชาวคอมมิวนิสต์ทุกคนมีติดตัวไว้ เพื่อเป็นเครื่องมือบันทึกเหตุการณ์ชีวิตชาวรัสเซีย และบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในระยะเวลานั้น นั้นคือต้นกำเนิดของ LOMO LC-A จากนั้นมันก็ได้ถูกผลิตออกมามามาย และจำหน่ายให้แกสมาชิกคอมมิวนิสต์ทุกคน ทั้งในรัสเซีย และที่อื่นๆ เช่น เวียดนาม,คิวบา, เยอรมันตะวันตก ฯลฯ ช่วงปี 1980 เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของ LOMO LC-A

กล้อง LC-A เป็นกล้องออโตเมติกขนาดเล็ก ที่ให้ความเชื่อใจได้ หลายๆคนที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์กับกล้องนี้ อาจจะต้องศึกษาลึกลงไปอีกสักนิด และจะได้พบกับคุณสมบัตืเฉพาะตัวที่เหลือเชื่อ ด้วย len "Minitar 1" ที่ถูกออกแบบโดย ศาสตราจารย์ ราดิโอนอฟ ให้มีคุณสมบัติ สร้างสีสรรบน film ให้สดใส และเก็บภาพมุมกว้าง, ระบบคำนวณแสงออโตเมติก ซึ่งในขณะนั้น มีเพียงในเฉพาะกล้องราคาแพงเท่านั้น ทำให้ LC-A สามารถใช้งานได้ในสภาพแสงหรือสถานการณ์ทุกรูปแบบ และด้วยขนาดกระทัดรัด ทำให้สามารถพกติดตัวไปด้วยได้ ตลอดเวลา นอกเหนือจากนั้น ในส่วนของการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอก และวัสดุที่ใช้ในการผลิตก็ทำให้ LC-A เป็นกล้องที่มีความแตกต่าง และดูพิเศษมากกว่ากล้องทั่วไปจนกระทั่งปัจจุบัน.


Discovery Of The Lomo LC-A
เมืองปราก ปี 1991

ปรากฎการครั้งสำคัญของ Lomography ได้เกิดขึ้นที่เมืองนี้
ในขณะนั้น Lomo LC-A ได้กลายเป็นของเก่าเก็บในร้านขายของเก่าไปเรียบร้อยแล้ว สายการผลิตไม่มีอีกต่อไป คงเหลือตามจำนวนที่ค้างอยู่ใน stock แต่มีนักศึกษาชาว เวียนนา 2 คน ได้ไปพบกล้อง LC-A ที่ร้านของเก่า แล้วซื้อมาเพืยงถ่ายเพื่อความสนุก พวกเขาได้ลองใช้กล้องนี้ถ่ายในรูปแบบต่างๆ ทุกมุมมองที่พวกเขาถ่ายแทบจะเรียกได้ว่า สถานที่แห่งนั้น (สาธารณรัฐ เชก) ได้ถูกเก็บไว้ในกล้องเล็กๆตัวนี้หมดแล้ว

จุดเริ่มต้นของทั้งหมด

นักศึกษาทั้งสองคนเดินทางกลับมาเมืองเวียนนา แล้วนำ film ที่ถ่ายจากกล้องนี้ไปล้าง พวกเขาประหลาดใจกับสิ่งที่ได้พบ รูปทั้งหมด ได้แสดงอารมณ์ สถานการณ์ ลักษณะภาพในแบบต่างๆ ออกมาได้เป็นที่น่าประทับใจ พวกเขาทั้งสองไม่เคยเห็นหรือ สัมพัสภาพแบบนี้จากกล้องตัวไหนมาก่อน ผลลัพธ์จากกล้องตัวเล็กๆ นี้ มันยิ่งใหญ่มากๆสำหรับพวกเขา และทำให้พวกเขานึกไปถึงนำ Lomo LC-A และ การถ่ายแบบ Lomograph ออกมาเผยแพร่ จนในที่สุดปัจจุบันนี้ กล้อง Lomo LC-A ถูกผลิตใหม่อีกครั้ง และ ความสำคัญของ Lomographic Society ก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้นทุกวัน

แหล่งข้อมูล: http://www.lomothai.com/
http://www.flickr.com/photos/lauramary/sets/72157594154224663/



MV เพลง Strap It On ของวง Futon ที่สร้างสรรค์โดย Momorobo เพิ่งได้รับรางวัล The Viewer Choice Award ที่งาน Resfest ประเทศสิงค์โปร์ เจ๋งสาดดดด

แหล่งข้อมูล:
http://dream-pop-art.exteen.com/
http://www.momorobo.com/